กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาเร่งประชุม เตรียมพร้อมรับสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวั่นวิกฤติน้ำมันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาเร่งประชุม เตรียมพร้อมรับสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวั่นวิกฤติน้ำมันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน

 

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 327 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เป็นประธานในการประชุมครั้งที่ 10/2569 โดยมีคณะกรรมาธิการเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือ การพิจารณารับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง และภารกิจทางทหาร จากกรณีสถานการณ์ความขัดแย้ง และการสู้รบในตะวันออกกลางต่อประเทศไทย ด้านพลังงาน เศรษฐกิจ การทหาร และมาตรการฉุกเฉิน โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และการสู้รบในตะวันออกกลาง ในห้วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ ห่วงโซ่อุปทานพลังงาน การขนส่งทางทะเล ราคาน้ำมันต้นทุนโลจิสติกส์ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และความพร้อมของรัฐ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความเสี่ยงสำคัญเส้นทางยุทธศาสตร์ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญของโลก โดยความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศผู้นำเข้าในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในอัตราสูง

รายงานล่าสุดชี้ว่า ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ และการรบในตะวันออกกลาง ได้เพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และต้นทุนโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับมิติพลังงาน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศรายงานว่า การผลิตน้ำมันโลกในเดือนมีนาคม 2569 ลดลงอย่างรุนแรง จากผลกระทบของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง และข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศผู้นำเข้า

ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเงินเฟ้อในปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวจาก
แรงกดดันด้านราคาพลังงาน และตลาดการเงิน–อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้น จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตลอดจนสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมในวงกว้าง ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง สินค้าราคาแพง และความเสี่ยงต่อการจ้างงาน โดยเฉพาะแรงงานไทยต้องอพยพกลับ ทำให้รายได้ครัวเรือนลดลง

นอกจากนี้ยังสร้างความตึงเครียดด้านพลังงานที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตค่าครองชีพส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ดังนั้นคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะกลไกฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการดำเนินงานด้านความมั่นคงของรัฐ จึงมีความจำเป็นต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อคิดเห็นที่จะนำมาประกอบประเมินความพร้อมของประเทศ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

ภาพ/ข่าว ณพล บริบูรณ์, นภชนก เหมือนนามอญ รายงาน

Related posts